หน้าเว็บ

สามวิทยาเขตของรามาธิบดี


สามวิทยาเขตของรามาธิบดี

     เมื่อโครงการรามาธิบดี-บางพลี แล้วเสร็จ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีจะมี 3 วิทยาเขต  โดยแต่ละวิทยาเขตจะดำเนินพันธกิจที่แตกต่างกันแต่ประสานกันอย่างเป็นเอกภาพภายใต้องค์กรเดียวกัน

1. วิทยาเขตพญาไท

     จะได้รับการพัฒนาเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิและเหนือกว่าตติยภูมิ ที่จะเป็นสถานฝึกอบรมแพทย์ระดับหลังปริญญาทุกหลักสูตร ทั้งแพทย์ประจำบ้าน และแพทย์ประจำบ้านต่อยอดที่มีคุณภาพในระดับสากล โดยจะมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนทุกแห่งในประเทศที่จะส่งต่อผู้ป่วยมารับการรักษาพยาบาล เชื่อมโยงกับสถาบันต่างประเทศ และมีเครือข่ายกับคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดลในวิทยาเขตพญาไท

2. วิทยาเขตบางพลี

     มีโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีศักยภาพไม่ต่ำกว่าโรงพยาบาลศูนย์ โดยมีการวางระบบให้เหมาะสมกับการสอนนักศึกษาระดับปริญญาของคณะฯ ทั้ง 3 หลักสูตรได้แก่หลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต, พยาบาลศาสตร์บัณฑิต และวิทยาศาสตร์บัณฑิตของความผิดปกติของการสื่อความหมาย (นักฝึกการพูด, นักฝึกการได้ยิน)  มีเครือข่ายการดำเนินงานเชื่อมโยงกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.)โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ ในจังหวัดสมุทรปราการและอีก 8 จังหวัดทางฝั่งชายทะเลตะวันออก โดยหากผู้ป่วยต้องการการรักษาในระดับตติยภูมิโรคซับซ้อนก็สามารถส่งต่อมารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลรามาธิบดี-พญาไท ซึ่งจะมีระบบการส่งตัวไป-กลับ ที่พัฒนาขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

     นอกจากนี้โครงการรามาธิบดี - บางพลียังเชื่อมโยงกับชุมชนในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการมีโรงงานอุตสาหกรรม ถึง 8,000 แห่ง โครงการรามาธิบดี-บางพลี จึงมีโอกาสช่วยพัฒนางานด้านอาชีวอนามัย -อาชีวเวชศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ดูแลสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม

3. วิทยาเขตศาลายา

     วิทยาเขตนี้เป็นที่ศึกษาของนักศึกษา ปีที่1 ทุกหลักสูตร โดยมุ่งเน้นการศึกษาวิชาความรู้ทั่วไป และเป็นโอกาสดีที่นักศึกษาทุกหลักสูตรของรามาธิบดีจะให้มีโอกาสเรียนรู้ และสร้างมิตรภาพกับนักศึกษาต่างคณะฯ ต่างวิชาชีพในมหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนี้วิทยาเขตนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี โดยนักศึกษาพยาบาลปีที่ 1 และ 2 จะเรียนที่นี่

     การจำแนกวิทยาเขตของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็น 3 วิทยาเขต และจำแนกพันธกิจดำเนินการที่แตกต่างกัน  แต่ประสานการดำเนินการเป็นเนื้อเดียวอย่างเป็นเอกภาพ จึงเป็นการสร้างโอกาสอย่างมหาศาล  ในการดำเนินงานของคณะฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคมไทย